
Credit by: http://www.popcornfor2.com/content/-news-52438
พิธีศพเป็นพิธีสำคัญที่ครอบครัว ญาติ และคนใกล้ชิดจัดขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยและให้เกียรติแก่ผู้ล่วงลับ โดยแต่ละศาสนาจะมีความเชื่อ ขั้นตอน และธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นพิธีศพแบบพุทธ พิธีศพแบบคริสต์ หรือพิธีศพแบบอิสลาม สำหรับผู้ที่ต้องไปร่วมงานศพต่างศาสนา การเข้าใจขั้นตอนพิธีเบื้องต้นจะช่วยให้ปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสม สำรวม และให้เกียรติต่อเจ้าภาพและผู้ล่วงลับ บทความนี้หรีดมาลารวบรวมขั้นตอนจัดงานศพของแต่ละศาสนา พร้อมข้อควรรู้และมารยาทในการไปร่วมพิธีแบบเข้าใจง่าย

Credit by: http://www.popcornfor2.com/content/-news-52438
“พิธีงานศพแบบชาวพุทธ” เป็นรูปแบบพิธีที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคย โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ และเปิดโอกาสให้ญาติพี่น้อง เพื่อน คนรู้จัก และผู้ร่วมงานได้มาร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย โดยทั่วไป พิธีศพแบบพุทธมักเริ่มจากพิธีรดน้ำศพ ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้ล่วงลับ จากนั้นจึงมีการตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดหรือสถานที่จัดงาน และมีพิธีสวดพระอภิธรรมในช่วงเย็น จำนวนคืนในการสวดอาจแตกต่างกันไปตามความประสงค์ของเจ้าภาพ เช่น 3 คืน 5 คืน หรือ 7 คืน เมื่อครบกำหนดแล้ว จะมีพิธีฌาปนกิจหรือพิธีเผาศพ ซึ่งถือเป็นพิธีสำคัญในวันสุดท้ายของงาน โดยผู้ร่วมงานจะมีโอกาสวางดอกไม้จันทน์เพื่อแสดงความอาลัย ก่อนที่ครอบครัวจะดำเนินพิธีเก็บอัฐิในภายหลังตามธรรมเนียมของแต่ละครอบครัว สำหรับผู้ที่ไปร่วมงานศพแบบพุทธ ควรแต่งกายสุภาพ โดยนิยมใช้สีดำ สีขาว สีเทา หรือสีโทนเรียบร้อย และควรสำรวมกิริยาในระหว่างพิธี โดยเฉพาะช่วงพระสวดและช่วงวางดอกไม้จันทน์

Credit by: https://www.learnreligions.com/christian-funeral-or-memorial-service-700371
“พิธีงานศพแบบคริสต์ศาสนา” มีจุดประสงค์เพื่อระลึกถึงชีวิตของผู้ล่วงลับ อธิษฐาน และฝากดวงวิญญาณไว้กับพระเจ้า โดยรายละเอียดของพิธีอาจแตกต่างกันไปตามนิกาย ความเชื่อของครอบครัว และแนวปฏิบัติของคริสตจักร โดยทั่วไป พิธีศพแบบคริสต์มักมีการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า และกล่าวรำลึกถึงผู้ล่วงลับ บางพิธีอาจมีการกล่าวถึงคุณงามความดี ความทรงจำ หรือเรื่องราวสำคัญในชีวิตของผู้จากไป เพื่อให้ครอบครัวและผู้ร่วมงานได้ร่วมระลึกถึงด้วยความรักและความอาลัย ในบางกรณี อาจมีพิธีมิสซาหรือพิธีทางศาสนาตามแนวปฏิบัติของคริสตจักร ก่อนจะมีพิธีฝังศพหรือพิธีส่งร่างไปยังสุสาน โดยบรรยากาศของงานมักเน้นความสงบ สำรวม และการให้กำลังใจครอบครัวของผู้ล่วงลับ สำหรับผู้ที่ไปร่วมงานศพแบบคริสต์ ควรแต่งกายสุภาพ ใช้สีดำ สีขาว สีเทา หรือสีเข้มเรียบร้อย และควรสำรวมในช่วงอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ หรือร้องเพลงนมัสการ หากไม่แน่ใจว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร สามารถสังเกตผู้ร่วมงานคนอื่นหรือสอบถามเจ้าภาพอย่างสุภาพได้

Credit by: http://oknation.nationtv.tv/blog/Newspaper/2015/07/page5
สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับ “ความตาย” นั้น ชาวมุสลิมเชื่อว่าเป็นการกลับสู่ความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าหรือพระอัลเลาะฮ์ ซึ่งเรียกว่า “อายัล” ดังนั้นจึงถือว่าไม่ใช่การดับสูญหรือการสูญเสีย แต่เป็นการเคลื่อนย้ายสถานที่จากโลกหนึ่งไปสู่อีกโลกหนึ่ง นอกจากนั้นยังถือว่าเนื้อแท้ของมนุษย์เป็นเพียง “วิญญาณ (รูห์)” ที่ยังคงสภาพอยู่ ไม่ใช่เรือนร่างอันเป็นวัตถุ และเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายไปสู่ชีวิตใหม่อีกด้วยค่ะ สำหรับขั้นตอนของ “พิธีงานศพแบบอิสลาม” มีขั้นตอนคร่าว ๆ ดังนี้คือ เมื่อมีผู้ล่วงลับ ชาวมุสลิมจะทำหน้าที่ในการอาบน้ำทำความสะอาดศพและห่อผ้าขาว พร้อมสวดวิงวอนอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ และนำไปฝังที่สุสานหรือ “กุโบร์” ภายใน 24 ชั่วโมง หรือฝังให้เร็วที่สุด โดยฝังในท่านอนตะแคงส่วนศีรษะและใบหน้าหันไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศที่ตั้งของวิหารกะบะฮ์ที่ตั้งอยู่ในนครเมกกะนั่นเองค่ะ
ถึงแม้ความเชื่อและขั้นตอนพิธีงานศพของทั้งสามศาสนาที่หรีดมาลาได้นำมาอธิบายนั้นจะมีความแตกต่างกันไป แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันก็คือให้เกียรติและรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้ล่วงลับเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่นั่นเองค่ะ
