หรีดมาลาสั่งซื้อ ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
หรีดมาลา
หรีดมาลา
หรีดมาลา

น้อมรำลึกและร่วมแสดงความอาลัยแด่พระพันปีหลวง

ร้านหรีดมาลา ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเมตตาและการเสียสละตลอดพระชนม์ชีพ ทรงมีพระกรณียกิจนานัปการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรไทยในทุกด้าน

เนื่องในวาระแห่งการสวรรคต หรีดมาลาขอเชิญชวนทุกท่านร่วมถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ พร้อมแนะแนวทางการแสดงความเคารพที่เหมาะสม ทั้งการแต่งกาย การติดริบบิ้นดำ และการลงนามถวายอาลัย


พระราชประวัติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


พระราชสมภพและพระชนม์วัยเยาว์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2475 เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของ พลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ และหม่อมหลวงบัว กิตติยากร พระนาม “สิริกิติ์” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร” นั้น พระราชทานโดยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7

ทรงเริ่มศึกษาชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี และต่อมาในปี พ.ศ. 2483 ทรงเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ คอนแวนต์ ก่อนจะเสด็จไปต่างประเทศพร้อมพระชนก ซึ่งได้รับตำแหน่งเป็นอัครราชทูตไทยประจำหลายประเทศในยุโรป


การเสด็จฯ ไปประทับในต่างประเทศ

เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 พระชนกได้รับแต่งตั้งเป็นอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษ จึงทรงพาครอบครัวไปประทับที่นั่น และภายหลังย้ายไปประจำการที่ประเทศฝรั่งเศสและเดนมาร์ก ก่อนจะกลับมาเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษอีกครั้งในภายหลัง


การเสกสมรสและบทบาทในฐานะพระบรมราชินี


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ภาพจาก หน่วยราชการในพระองค์


ขณะทรงพำนักที่กรุงปารีสในปี พ.ศ. 2491 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระราชจริยาวัตรอันงดงาม จนเป็นที่ประจักษ์ถึงพระเมตตาและพระราชอัธยาศัยที่ตรงกัน

พระราชพิธีหมั้นถูกจัดขึ้นภายใน ณ วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 และมีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ณ วังสระปทุม พร้อมการสถาปนาเป็น “สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์”

ต่อมาในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทรงได้รับเฉลิมพระอิสริยยศเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี”

พระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรม การแพทย์ และพสกนิกร


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ภาพจาก หน่วยราชการในพระองค์


ตลอดพระชนม์ชีพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจคู่เคียงกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างมิได้ย่อท้อ ไม่เพียงทรงแบ่งเบาพระราชภารกิจเท่านั้น หากยังทรงริเริ่มโครงการต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นห่างไกล
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ” ซึ่งทรงพระราชทานกำเนิดขึ้น เพื่อสนับสนุนงานฝีมือไทย เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนฟื้นฟูงานหัตถศิลป์และผ้าทอพื้นถิ่น ให้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมีบทบาทสำคัญในการ อนุรักษ์เครื่องแต่งกายไทยประจำชาติ ให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมกับการดำรงชีวิต

พระราชดำริด้านการพัฒนาสตรีและชนบท

พระราชกรณียกิจจำนวนมากมุ่งเน้นให้ผู้หญิงและประชาชนในชนบทมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทรงส่งเสริมให้ผู้หญิงมีอาชีพ มีความรู้ และสามารถดูแลครอบครัวได้อย่างมั่นคง ภายใต้แนวคิด “พึ่งตนเอง” อย่างยั่งยืน


ร่วมถวายอาลัย การสวรรคตของพระพันปีหลวง

ประชาชนที่ต้องการแสดงความอาลัยพระพันปีหลวง สามารถแสดงออกอย่างเคารพด้วยวิธีการต่าง ๆ ต่อไปนี้

กำหนดการและสถานที่ถวายสักการะพระบรมศพ



เพื่อให้ประชาชนไทยได้ร่วมแสดงความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ สำนักพระราชวัง ได้ประกาศกำหนดการถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดังนี้

  • เริ่มวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568: เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 08.30 – 16.00 น. พร้อมจัดเตรียม สมุดหลวง สำหรับลงนามถวายความอาลัย
  • เริ่มวันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568: เปิดให้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน เวลา 09.00 – 21.00 น. ของทุกวัน
  • หลังครบ 100 วัน: พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐบาล หน่วยงานราชการ เอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพได้


แสดงความอาลัยผ่านสมุดลงนามถวายอาลัยพระพันปีหลวง

นอกจากการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท หรือถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคมแล้ว ประชาชนยังสามารถร่วมแสดงความอาลัยได้ผ่านการลงนามใน สมุดลงนามถวายอาลัย ซึ่งจัดเตรียมไว้ ณ จุดถวายสักการะดังกล่าว

นอกจากนี้ สถานที่ราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์กรสำคัญทั่วประเทศ ยังได้ร่วมกันจัดตั้ง ซุ้มหรือโต๊ะหมู่บูชาถวายสักการะ พร้อมสมุดลงนามถวายอาลัยที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมลงนามแสดงความอาลัยได้ในพื้นที่ใกล้บ้านอย่างเหมาะสมและสมพระเกียรติ


การแต่งกายสำหรับเข้าร่วมพิธี



เพื่อความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ ขอความร่วมมือจากประชาชนในการแต่งกายไว้ทุกข์ ดังนี้

  • ประชาชนทั่วไป: ขอความร่วมมือเริ่มแต่งกายไว้ทุกข์ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยสวมเสื้อผ้าสีดำ หรือสีสุภาพ ตามความเหมาะสม เป็นเวลา 90 วัน
  • ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ: แต่งกายไว้ทุกข์ตามระเบียบ เป็นเวลา 1 ปี


วิธีติดริบบิ้นดำไว้อาลัยพระพันปีหลวง

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถแต่งกายด้วยชุดสีดำได้ หรือสวมเครื่องแบบที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ สามารถแสดงความอาลัยด้วยการติด ริบบิ้นดำ ได้อย่างเหมาะสม โดยมีแนวทางดังนี้:

ความหมายของริบบิ้นดำ

ริบบิ้นดำที่ติดทางด้านซ้ายของร่างกาย สื่อถึงความรู้สึกอาลัยอย่างสุดซึ้ง เพราะตำแหน่งดังกล่าวอยู่ใกล้หัวใจที่สุด

รูปแบบริบบิ้นที่ใช้ได้:

  • โบว์สีดำ
  • โบว์ไขว้สีดำ

ตำแหน่งที่นิยมติด

  • แขนเสื้อด้านซ้าย: บริเวณต้นแขนต่ำจากหัวไหล่ลงมาประมาณ 2 นิ้ว
  • หน้าอกด้านซ้าย: เหนือกระเป๋าเสื้อหรือจุดใกล้หัวใจ
  • ปกเสื้อด้านซ้าย: สำหรับผู้ใส่ยูนิฟอร์ม เช่น นักเรียน พนักงาน หรือข้าราชการ

กรณีไม่มีเสื้อผ้าสีดำ

สามารถสวมเสื้อผ้าสีขาว สีเทา หรือสีสุภาพอื่น ๆ และติดริบบิ้นดำแทนการใส่เสื้อดำ เพื่อแสดงความเคารพและร่วมถวายอาลัยได้อย่างเหมาะสม

Banner