แม้สถานการณ์โควิด-19 จะไม่รุนแรงเหมือนช่วงแรกของการระบาด แต่โรคติดต่อทางเดินหายใจยังคงเป็นเรื่องที่ควรระมัดระวัง โดยเฉพาะในงานศพซึ่งมักมีผู้ร่วมงานหลายช่วงวัย ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว การจัดงานศพในยุคหลังโควิด-19 จึงไม่ได้หมายถึงการต้องจำกัดพิธีอย่างเข้มงวดเหมือนในอดีตเสมอไป แต่ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะอาด และความเหมาะสมของพิธี เพื่อให้ญาติ เจ้าภาพ และผู้ร่วมงานสามารถแสดงความอาลัยได้อย่างสบายใจมากขึ้น

ผู้ปฏิบัติกิจทางศาสนา เช่น พระสงฆ์ สัปเหร่อ หากต้องสัมผัสกับโลงศพ ควรมีอุปกรณ์ป้องกัน ได้แก่ ชุดคลุมกันเปื้อน ถุงมือ และหน้ากากอนามัย โดยไม่จำเป็นต้องสวมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) และห้ามเปิดถุงบรรจุศพเด็ดขาด ควรล้างมือทุกครั้งเมื่อปฏิบัติงานเกี่ยวกับศพและทำความสะอาดสถานที่ประกอบพิธีศพทันที อาทิ ฉีดพ่นฆ่าเชื้อแอลกฮฮล์ ที่สำคัญควรดำเนินพิธีทางศาสนาของงานศพให้เสร็จพิธีกรรมภายใน 24 ชม.
ในกรณีของญาติผู้เสียชีวิตหรือคนใกล้ชิดที่ต้องเข้าร่วมงานของศพผู้ป่วยโควิด-19 ควรปฏิบัติตนด้วยการรักษาระยะห่างกับแขกที่มาร่วมงาน ล้างมือด้วยเจลแอลกฮอล์ทุกครั้ง พกสเปรย์แอลกฮอล์ติดตัว ฉีดฆ่าเชื้อโรค มื่อต้องหยิบจับสิ่งของในงานศพเพื่อความปลอดภัย สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง และห้ามสัมผัสศพเด็ดขาด ข้อสำคัญห้ามเปิดถุงศพในทุกกรณี
แขกผู้มาร่วมพิธีกรรมทางศาสนาในงานศพของผู้ป่วยโควิด-19 ควรปฏิบัติตนให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักและที่สำคัญควรเตรียมตัวมาอย่างดี สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือด้วยเจลแอลกฮอล์ทุกครั้งเมื่อสัมผัสจุดเสี่ยงสาธารรณะ รักษาระยะห่างกับผู้คน ไม่ร่วมกลุ่มสนทนากัน ใช้เวลาร่วมงานให้น้อยที่สุด หากหลีกเลี่ยงได้ไม่ควรเข้าร่วมพิธีที่มีคนจำนวน แต่เราสามารถส่งพวงหรีดไปร่วมแสดงความอาลัยแทนความคะนึงหาแทนได้

หลังจากเสร็จจากการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนางานศพ ควรทำความสะอาดมือด้วยแอลกฮอล์หรือสบู่ฆ่าเชื้อทันทีหลังออกจากงาน เมื่อต้องกลับบ้านควรทิ้งหน้ากากอนามัย อาบน้ำ สระผม ชำระล้างร่างกายทันที

ทั้งหมดนี้คือข้อควรการปฏิบัติเมื่อต้องไปร่วมงานศพผู้ป่วยโควิด-19 หากว่าสามารถหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงานที่มีผู้คนเยอะได้จะเป็นผลดีที่สุดในสถานการณ์ช่วงนี้ แต่ลูกค้าทุกท่านสามารถที่จะส่งพวงหรีดดอกไม้สดแทนความอาลัยที่งานศพได้ มีบริการส่งถึงหน้าศาลาวัด คุณลูกค้าสามารถเข้าไปเลือกได้ที่หรีดมาลา คลิกลิงค์ไปหน้าเว็บไซต์ เลยนะคะ
การจัดงานศพในปัจจุบันสามารถดำเนินพิธีได้ใกล้เคียงกับงานศพทั่วไปมากขึ้น แต่หากผู้เสียชีวิตมีประวัติป่วยด้วยโรคติดต่อ หรือมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ เจ้าภาพควรปฏิบัติตามคำแนะนำของโรงพยาบาล วัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
สิ่งสำคัญคือไม่ควรละเลยเรื่องสุขอนามัยภายในงาน เช่น การจัดพื้นที่ให้มีอากาศถ่ายเท การเตรียมจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ และการขอความร่วมมือให้ผู้ที่มีอาการป่วยหลีกเลี่ยงการมาร่วมงาน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดต่อไปยังผู้อื่น
ในกรณีที่ผู้เสียชีวิตเกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อ ควรสอบถามแนวทางจากโรงพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ก่อนดำเนินพิธี โดยเฉพาะเรื่องการเคลื่อนย้ายร่าง การเปิดโลง การรดน้ำศพ หรือการประกอบพิธีที่ต้องสัมผัสร่างของผู้เสียชีวิตโดยตรง
