จุดธูปไหว้พระในวัด

 

ต้องบอกก่อนเลยว่าบทความนี้เอาใจสายบุญโดยเฉพาะ! เพราะวันนี้หรีดมาลาได้รวบรวมเกี่ยวกับความเชื่อเมื่อต้องเข้าวัดกันค่ะ เพื่อที่ว่าเวลาไปทำบุญไหว้พระในการเสริมสร้างสิริมงคลให้กับตนเองจะได้ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมและถูกต้องตามกาลเทศะนั่นเอง ซึ่งความเชื่อที่ว่านั้นอาจมีบางความเชื่อที่ชาวพุทธส่วนใหญ่อาจไม่เคยทราบมาก่อน เรามาดูกันค่ะว่ามีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติว่าอย่างไรกันบ้าง

  1. ต้องระบุชื่อทุกครั้งเวลาเรียกใครกลับบ้าน

การระบุชื่อทุกครั้งเวลาเรียกกลับบ้านถือเป็นความเชื่อเมื่อต้องเข้าวัดที่ควรปฏิบัติและสำคัญมากเลยทีเดียวค่ะ เพราะว่านอกจากจะมีพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายในวัดแล้วก็ยังมีสัมภเวสีหรือผีเร่ร่อนที่ยังวนเวียนอยู่ในวัดอีกด้วยค่ะ ดังนั้นเวลาที่จะเรียกใครกลับบ้านควรระบุชื่อให้ชัดเจน ห้ามพูดลอย ๆ เด็ดขาดว่า “กลับบ้าน ๆ” หรือ “ขึ้นรถเร็ว” มิฉะนั้นอาจมีสัมภเวสีผีเร่ร่อนที่ไม่รับเชิญกลับมาด้วยได้นั่นเองค่ะ

  1. เวลาจุดธูปเทียนไหว้พระ ให้จุดจากที่ทางวัดเตรียมไว้เท่านั้น

ความเชื่อเมื่อต้องเข้าวัดในเรื่องการจุดธูปเทียนไหว้พระนั้นเป็นความเชื่อที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลยค่ะ ซึ่งเวลาที่เราจุดธูปเทียนไหว้พระนั้นให้จุดจากตะเกียงน้ำมันหรือเทียนเล่มใหญ่ที่ทางวัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น ห้ามไปจุดเทียนต่อจากคนอื่นที่ปักไว้แล้วเด็ดขาด เพราะการจุดเทียนต่อจากคนอื่นก็เหมือนกับว่าเรารับเคราะห์ต่อจากเขานั่นเองค่ะ อีกทั้งยังเป็นกุศโลบายที่ว่าอาจทำให้แขนเสื้อหรือชายเสื้อไปโดนไฟจากธูปเทียนจนทำให้ไหม้เสียหายหรือร่างกายบาดเจ็บได้ แถมยังไม่ยืนบังคนอื่นที่กำลังไหว้พระ ทำให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วยค่ะ

 
อาหารที่ใช้ทำบุญไหว้พระ

 

  1. เวลาทำพิธีสวดสะเดาะเคราะห์ ห้ามยืนบังหน้าต่างหรือนั่งขวางประตู

ความเชื่อเมื่อต้องเข้าวัดที่ว่าห้ามยืนบังหน้าต่างหรือนั่งขวางประตูเวลาทำพิธีสวดสะเดาะเคราะห์นั้น คนโบราณเชื่อกันว่าทั้งประตูและหน้าต่างเป็นช่องทางออกของสิ่งอัปมงคลหรือสิ่งไม่ดี หากเราไปนั่งขวางประตูหรือยืนบังหน้าต่างก็จะทำให้เราได้รับสิ่งอัปมงคลหรือสิ่งที่ไม่ดีเข้าสู่ตัวได้ อีกอย่างยังเป็นการบังช่องทางระบายอากาศของวิหารหรือศาลาอีกด้วยค่ะ และที่สำคัญเลยก็คือ ไม่ควรพาเด็กเล็ก ๆ ไปเข้าร่วมพิธีสวดสะเดาะเคราะห์เด็ดขาด เนื่องจากว่าจิตของเด็กเล็กเขายังอ่อนต่อสิ่งอัปมงคลนั่นเองค่ะ

  1. เวลาไปวัด ไม่ควรฉีดน้ำหอม

            แม้ว่าความเชื่อเมื่อต้องเข้าวัดเรื่องการไม่ฉีดน้ำหอมในยุคนี้จะค่อย ๆ จางหายไป แต่ทราบหรือไม่คะว่าเมื่อก่อนนั้นแทบไม่ค่อยมีใครฉีดน้ำหอมเวลาไปวัดเลยนะคะ เนื่องจากว่ากลิ่นหอมจากน้ำหอมบางชนิดให้ความรู้สึกยั่วยวนต่อเพศตรงข้าม ทำให้อาจไปรบกวนพระและกระตุ้นกิเลสตัณหาในเรื่องกามคุณ หรือเรียกอีกอย่างว่า “กำหนัด” ทำให้เป็นบาปโดยไม่ตั้งใจค่ะ ถึงแม้ว่าการฉีดน้ำหอมเวลาทำบุญจะเป็นเรื่องปกติในยุคนี้ แต่ก็อย่าลืมพิจารณาถึงความสำรวมให้อยู่ในกรอบกันนะคะ เอาเป็นว่า…ฉีดน้ำหอมกลิ่นอ่อน ๆ เพื่อดับกลิ่นตัวน่ะได้ แต่อย่าฉุนหรือกลิ่นแรงก็พอค่ะ

  1. ไม่ควรวางอาหารทิ้งไว้แล้วกลับมากินต่อ และไม่ควรกินอาหารที่เหลือจากการทำบุญ

ความเชื่อเมื่อต้องเข้าวัดในเรื่องการกินอาหารนั้น คนโบราณเชื่อกันว่าไม่ควรวางอาหารทิ้งไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณนอกพื้นที่ชายคาของวัด เพราะสัมภเวสีหรือวิญญาณเร่ร่อนจะมากินอาหารเหล่านั้น และถ้าเรานำอาหารนั้นมากินต่อก็เท่ากับว่าเราไปแย่งอาหารของเขามา อาจทำให้สัมภเวสีหรือวิญญาณเร่ร่อนเล่นงานเราโดยไม่ตั้งใจได้นั่นเองค่ะ นอกจากนั้นเราไม่ควรกินอาหารที่เหลือจากการทำบุญ เนื่องจากว่าอาจมีสัมภเวสีหรือวิญญาณเร่ร่อนที่ยังกินและหวงอาหารที่เขายังกินอยู่ ดังนั้นหากต้องการกินอาหารที่เหลือจากการทำบุญ ให้รอจนกว่าพระจะเอ่ยปากอนุญาตเสียก่อนค่ะ

เมื่อเพื่อน ๆ ทราบเกี่ยวกับความเชื่อเมื่อต้องเข้าวัดว่ามีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติอะไรกันบ้างแล้วก็อย่าลืมทำตามความเชื่อเหล่านั้นกันนะคะ เพื่อที่ว่าเวลาไปทำบุญไหว้พระจะได้เกิดสิ่งดี ๆ กับตัวเองนั่นเองค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูล: เว็บทรูไอดี