ในนาม หรีดมาลา ขอแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ขอส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย นับว่าการสูญเสียครั้งนี้เป็นมหาความโศกเศร้าครั้งยิ่งใหญ่ ที่เสียพ่อหลวงของไทยเราไป แต่ความดีของพระองค์ท่านไม่ได้สูญหาย วันนี้หรีดมาลาจะขอนำเสนอพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน เพื่อเป็นการรำลึกถึงและชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตตามรอยพระบาทเพื่อพัฒนาชีวิตและประเทศไปในทางที่ดีขึ้นต่อไป
​1. พระราชกรณียกิจด้านแพทย์และสาธารณสุข
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านได้ทรงเสร็จพระราชดำเนินไปทั่วท้องแผ่นดินไทยในการเยี่ยมเยียนราษฎร โดยท่านได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ โดยเสด็จพระราชดำเนินกับพระองค์อย่างใกล้ชิด เพื่อความพร้อมในการรักษาราษฎรในทันที นอกจากนี้ยังได้มีโครงการทันตกรรมพระราชทาน ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีทันตแพทย์อาสาสมัครเดินทางไปรักษา และให้ความรู้ในเรื่องของการรักษาอนามัยทางช่องปากแก่นักเรียนและราษฎรทั่วไปที่อาศัยอยู่ในที่ทุรกันดารที่ยากต่อการเดินทางเพื่อมารักษากับแพทย์ด้วยตัวเอง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆในการรักษา
Credit : chaoprayanews.com

2. ​พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงเรื่องของการศึกษาสำหรับเยาวชนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของประเทศชาติ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดลให้เป็นทุนสำหรับเยาวชนได้ศึกษาหาความรู้ต่อยอด ดังพระราชดำรัสที่ว่า “การศึกษาเป็นปัจจัยความสำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ และคุณธรรมของบุคคล หากสังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วนในทุกๆ ด้านแล้ว สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ สามารถดำรงรักษาความเจริญมั่นคงของประเทศชาติไว้ได้และพัฒนาก้าวหน้าต่อไปโดยตลอด”โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชดำริโครงการต่างๆ ในด้านการศึกษา ดังนี้

  • โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ 
    เป็นโรงเรียนที่ได้รับการอุปถัมภ์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านต่างๆ เช่น การให้คำแนะนำ ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ช่วยเหลือ นอกจากนี้พระองค์ท่านยังเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียน อีกทั้งยังให้พระบรมราโชวาทในการสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ครูและนักเรียนด้วย
  • ทุนพระราชทาน
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีว่าเด็กเยาวชนไทยมิได้เป็นเด็กที่ขาดทางสติปัญญา แต่เป็นเพียงเพราะด้อยโอกาสและขาดทุนทรัพย์ในการศึกษา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้งกองทุนการศึกษาจำนวนหลายทุน เริ่มตั้งแต่ประถมศึกษาจึงถึงระดับอุดมศึกษา
  • โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนได้เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาต่างๆ เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า “หนังสือประเภทสารานุกรมนั้น บรรจุสรรพวิชาการอันเป็นสาระไว้ครบทุกแขนง เมื่อมีความต้องการหรือพอใจจะเรียนเรื่องใด ก็สามารถค้นหาอ่านทราบโดยสะดวก นับว่าเป็นหนังสือที่มีประโยชน์เกื้อกูลการศึกษาเพิ่มพูนปัญญาด้วยตนเองของประชาชนอย่างสำคัญ โดยเฉพาะในยามที่มีปัญหาการขาดแคลนครูและที่เล่าเรียนเช่นขณะนี้ หนังสือสารานุกรมจะช่วยคลี่คลายให้บรรเทาเบาบางลงได้อย่างดี

Credit : chaoprayanews.com
3. พระราชกรณียกิจด้านกีฬา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดกีฬาเรือใบเป็นพิเศษ  พระองค์ท่านได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยที่ลงแข่งขันเรือใบในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 โดยที่ทรงเข้าค่ายฝึกซ้อมและทรงได้รับเบี้ยเลี้ยงในฐานะของนักกีฬาเช่นเดียวกับนักกีฬาทั่วไป ด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงชนะเลิศเหรียญทอง และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทอง จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทำให้เป็นที่ประจักษ์ของคนทั่วโลกถึงพระอัจฉริยภาพทางกีฬาเรือใบของพระองค์ที่เป็นที่ยอมรับจากคนทั่วโลก นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังได้ทรงออกแบบและประดิษฐ์เรือใบด้วยพระองค์เองเป็นจำนวนหลายรุ่นเมื่อยามว่าง
Credit : thaihealth.or.th
4. พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชนบท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเสด็จฯ ไปทุกแดนแม้ว่าจะทุรกันดาร จะไกลสักเท่าไหร่ก็ตาม พระองค์ทรงจัดทำโครงการพัฒนาชนบท ตามแนวพระราชดำริควบคู่ ไม่เน้นด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งพระองค์ได้มีจุดประสงค์เพียงจุดประสงค์เดียวคือ การขจัดความทุกข์ของประชากรในชนบท และได้สนับสนุนให้มีความเป็นอยู่ในทางที่ดีขึ้นไป
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจะเป็นโครงการเกี่ยวกับการปรับปรุงถนน เพื่อให้เกิดการสัญจรได้สะดวกทั่วถึงทั้งหมด นับว่าการคมนาคมนั้นเป็นปัจจัยพื้นฐานที่เหมือนประตูของความเจริญนำไปสู่ชนบทได้ แม้แต่การติดต่อสื่อสารยังสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจของประชากรในพื้นที่ยกระดับดีขึ้น
Credit : Udomsuksa.ac.th

5. พระราชกรณียกิจด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศในฐานะประมุขของประเทศไทย เพื่อเป็นการเจริญทางพระราชไมตรีกับบรรดามิตรประเทศที่ได้มีความสัมพันธ์อันดีมานานให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยเราเป็นนามที่รู้จักกว้างไกลไปทั่วโลกมากขึ้น โดยพระองค์ทรงพระราชดำเนินเยือนประเทศต่างๆดังนี้

  • เวียดนามใต้ ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๑ ธันวาคม ๒๕๐๒ ซึ่งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศครั้งแรก ในรัชกาลปัจจุบัน
  • สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ ๘-๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๓
  • สหภาพพม่า ระหว่างวันที่ ๒-๕ มีนาคม ๒๕๐๓
  • สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ ๑๔ มิถุนายน – ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๐๓
  • อังกฤษ ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๓ กรกฎาคม ๒๕๐๓
  • สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ระหว่างวันที่ ๒๕ กรกฎาคม – ๒ สิงหาคม ๒๕๐๓
  • สาธารณรัฐโปรตุเกส ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๕ สิงหาคม ๒๕๐๓
  • สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ ๒ช-๓๑ สิงหาคม ๒๕๐๓
  • เดนมาร์ก ระหว่างวันที่ ๖-๙ กันยายน ๒๕๐๓
  • นอร์เวย์ ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๑ กันยายน ๒๕๐๓
  • สวีเดน ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๕ กันยายน ๒๕๐๓
  • สาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างวันที่ ๒๘ กันยายน – ๑ ตุลาคม ๒๕๐๓
  • นครรัฐวาติกัน เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๐๓
  • เบลเยี่ยม ระหว่างวันที่ ๔-๗ ตุลาคม ๒๕๐๓
  • สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ ๑๑-๑๔ ตุลาคม ๒๕๐๓
  • ลักเซมเบอร์ก ระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ ตุลาคม ๒๕๐๓
  • เนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ ๒๔-๒๗ ตุลาคม ๒๕๐๓
  • สเปน ระหว่างวันที่ ๓-๘ พฤศจิกายน ๒๕๐๓
  • สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ระหว่างวันที่ ๑๑-๒๒ มีนาคม ๒๕๐๕
  • สหพันธรัฐมลายา ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๗ มิถุนายน ๒๕๐๕
  • นิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๖ สิงหาคม ๒๕๐๕
  • ออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ ๒๖ สิงหาคม – ๑๒ กันยายน ๒๕๐๕
  • ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ ๒๗ พฤษภาคม – ๕ มิถุนายน ๒๕๐๖
  • สาธารณรัฐจีน ระหว่างวันที่ ๕-๘ มิถุนายน ๒๕๐๖
  • สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ ๙-๑๔ กรกฎาคม ๒๕๐๖
  • สาธารณรัฐออสเตรีย ระหว่างวันที่ ๒๙ กันยายน – ๕ ธันวาคม ๒๕๐๗
  • สาธารณรัฐเยอรมัน ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๘ สิงหาคม ๒๕๐๙ ซึ่งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งที่สอง
  • สาธารณรัฐออสเตรีย ระหว่างวันที่ ๒๙ กันยายน – ๒ ตุลาคม ๒๕๐๙ ซึ่งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งที่สอง
  • อิหร่าน ระหว่างวันที่ ๒๓-๓๐ เมษายน ๒๕๑๐
  • สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ ๖-๒๐ มิถุนายน ๒๕๑๐ ซึ่งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งที่สอง
  • แคนาดา ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๐
  • สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ ๘-๙ เมษายน ๒๕๓๗

Credit : Chaoprayanews.com

หลังจากเสร็จสิ้นการพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนเหล่ามิตรประเทศ ก็ได้ทรงต้อนรับพระราชอาคันตุกะที่เป็นประมุขของแต่ละประเทศ ที่เดินทางมายังประเทศไทยเป็นการตอบแทน โดยพระราชอาคันตุกะต่างประทับใจราชวงศ์ของไทย

6. พระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรรม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งกรมมหรสพขึ้น เพื่อรับการฟื้นฟูวัฒนธรรมไทย ทรงตั้งโรงละครหลวงขึ้นเพื่อส่งเสริมการแสดงละครในหมู่ข้าราชบริพารและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกแบบตึกสมัยใหม่แต่เป็นทรงไทยเดิม

Credit : news.goosiam.com

7. พระราชกรณียกิจด้านการเกษตร
นับได้ว่าการเกษตรเป็นเหมือนรากฐานและชีวิตของประเทศไทย เนื่องด้วยจากประเทศไทยเรามักจะประกอบอาชีพด้านการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ พระองค์ทรงเห็นเสมอว่า การบำรุงเกษตรกรรมในทุกๆด้านให้ก้าวหน้านั้นจะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศเรา
ด้านการเกษตรเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยพระองค์ได้เสด็จเยี่ยมไต่ถามความทุกข์สุขของประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นจนเป็นโครงการตามพระราชดำริต่างๆ เช่น การชลประทาน การพัฒนาแผ่นดิน การวิจัยพันธุ์พืช เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อการยกระดับให้กับอาชีพเกษตรกรให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

Credit : เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com

เห็นหรือไม่ว่าพระองค์ท่านทรงงานหนักแค่ไหนในการพัฒนาประเทศชาติของเรา เพื่อให้ราษฎรอย่างพวกเรามีการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น โดยพระองค์ท่านไม่ได้ย่อท้อเลย
​ในนามของหรีดมาลาก็จะขอเชิญชวนทุกท่านให้ดำเนินตามรอยพระบาทเพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญ และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยไม่มีวันสิ้นสุด อย่างที่พระองค์ท่านได้เคยสร้างไว้

ร้านหรีดมาลาจะปิดให้บริการในวันที่ 13-14 เม.ย. 64 เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ โดยจะเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 15 เม.ย. 64 เวลา 9.00-18.00 น. แต่หากวันที่ 13-14 เม.ย. คุณลูกค้าต้องการสั่งซื้อพวงหรีด ยังสามารถสั่งซื้อในเว็บไซต์ได้ตามปกติ โดยเลือกให้จัดส่งในวันที่ 16 เม.ย. 64 เป็นต้นไป ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะคะ Dismiss