“การจัดงานบำเพ็ญกุศล” หรือ “พิธีสวดอภิธรรม” นั้นถือว่าเป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่มีจุดประสงค์เพื่อให้เจ้าภาพ ครอบครัว และเครือญาติได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงความเคารพนับถือและความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ล่วงลับด้วยค่ะ วันนี้หรีดมาลาจะมาอธิบายถึงเรื่องราวเกี่ยวกับพิธีสวดอภิธรรมศพและขั้นตอนการปฏิบัติของพิธีนี้ให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ

พิธีสวดอภิธรรม

Credit by: http://www.buchasangkapan.com

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพิธีสวดอภิธรรม

ตามประเพณีไทยแล้ว ก่อนที่จะทำการฌาปนกิจศพก็จะมีการจัดงานบำเพ็ญกุศลหรือ “พิธีสวดอภิธรรม” ค่ะ ซึ่งพิธีนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สวดหน้าศพ” และนิยมจัดขึ้นตั้งแต่วันตั้งศพเป็นวันแรกและสวดประจำทุกคืน ส่วนมากจะนิยมสวด 1 คืน, 3 คืน, 5 คืน หรือ 7 คืนค่ะ แต่ในบางกรณีอาจมีการสวดพระอภิธรรมศพจนครบ 100 วัน หรือจนกว่าจะถึงวันฌาปนกิจศพนั่นเองค่ะ ส่วนสาเหตุที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยนำเอาคัมภีร์พระอภิธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องกับพิธีนี้ก็คือ…

1. สอนให้ผู้ฟังและผู้ร่วมงานนั้นพิจารณาและเห็นสัจธรรมหรือความจริงของชีวิตที่ว่า “ไม่มีใครหลีกหนีความตายได้พ้น” ได้โดยง่าย

2. เป็นการสวด เพื่อให้บุญหรืออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ เป็นการแสดงออกถึงความรัก ความเคารพนับถือ และความกตัญญูกตเวทีต่อผู้วายชนม์ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

3. เป็นการตอบแทนหรือสนองบุญคุณแก่บิดา มารดา ถึงแก่กรรมลง ตามแบบพระจริยวัตรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้เสด็จขึ้นไปทรงแสดงพระอภิธรรมเทศนาแด่พุทธมารดาที่สิ้นพระชนม์ไปแล้วบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หรือถึงแม้ว่าผู้ล่วงลับจะไม่ใช่บิดา มารดาก็ตาม แต่การนำพระอภิธรรมมาแสดงธรรมเทศนาในงานศพก็ถือเป็นประเพณีไปแล้ว

4. พระอภิธรรมเป็นคำสอนขั้นสูงที่มีเนื้อหาละเอียดลึกซึ้ง หากนำมาแสดงธรรมเทศนาในงานบำเพ็ญกุศลให้กับผู้ล่วงลับแล้ว ผู้ล่วงลับจะได้รับบุญมาก ซึ่งการสวดอภิธรรมนี้คือการนำคำบาลีขึ้นต้นสั้น ๆ ในแต่ละคัมภีร์ของพระอภิธรรมทั้ง 7 คัมภีร์มาเรียงต่อกัน บางทีเราเรียกการสวดพระอภิธรรมนี้ว่า “การสวดมาติกา” ค่ะ แต่ถ้าเป็นงานพระศพของบุคคลสำคัญในราชวงศ์จะเรียกว่า “พิธีสดับปกรณ์” ที่เพี้ยนมาจากคำว่า “สัตตปกรณ์” หมายถึง “พระอภิธรรม 7 คัมภีร์” นั่นเอง

สวดหน้าศพ

Credit by: https://gossipthai.com

ขั้นตอนการปฏิบัติของพิธีสวดอภิธรรม

1. ก่อนเริ่มพิธีสวดอภิธรรมศพ เจ้าภาพจะต้องเตรียมเครื่องไทยธรรมพร้อมผ้าสบง เพื่อถวายแด่พระสงฆ์ และผ้าบังสุกุลที่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ ซึ่งในปัจจุบันทางวัดหรือฌาปนสถานมีบริการจัดหาให้ นอกจากนั้นยังมีปัจจัยถวายพระ 4 รูป ตามแต่ศรัทธา และอาหารว่างเลี้ยงแขกผู้ร่วมงานที่มาฟังสวดทุกคืน

2. เจ้าภาพนิมนต์พระสงฆ์สวดอภิธรรม 4 รูป มาสวด 4 จบ ส่วนมากจะนิยมสวดตั้งแต่เวลา 19.00 น. ค่ะ

3. สำหรับแขกผู้ร่วมงาน เมื่อเข้ามาในศาลาที่ตั้งศพแล้วควรกราบพระก่อนด้วยเบญจางคประดิษฐ์ จากนั้นจึงจุดธูป 1 ดอก เพื่อไหว้เคารพตามความเหมาะสม เช่น
– หากผู้ล่วงลับเป็นผู้สูงอายุ ให้กราบ 1 ครั้งแบบไม่แบมือ
– หากผู้ล่วงลับเป็นพระภิกษุสงฆ์ ให้กราบเบญจางคประดิษฐ์
– หากผู้ล่วงลับอยู่ในวัยเดียวกัน ให้ยืนคำนับหรือนั่งไหว้
– หากผู้ล่วงลับอายุน้อยกว่า ให้ยืนหรือนั่งในท่าที่สงบ

4. เจ้าภาพหรือประธาน/ผู้แทนในพิธีสวดอภิธรรมประจำคืน จุดธูปเทียน เพื่อบูชาพระรัตนตรัยและพระธรรม จากนั้นจึงจุดเครื่องทองน้อยหน้าศพตามลำดับ

5. ศาสนพิธีกรอาราธนาศีล ทุกคนรับศีล

6. พระสงฆ์สวดพระอภิธรรม

7. เมื่อพระสงฆ์สวดอภิธรรมครบทั้ง 4 จบ เจ้าภาพหรือประธาน/ผู้แทนในพิธีจึงถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นก็จะเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่จากไปด้วยพิธีทอดผ้าบังสุกุล และถวายของจตุปัจจัยให้แก่พระสงฆ์ แล้วจึงกรวดน้ำให้แก่ผู้ล่วงลับ เป็นอันเสร็จสิ้นค่ะ หลังจากที่ได้ทราบถึงเรื่องราวน่ารู้และขั้นตอนของ “พิธีสวดอภิธรรม” ไปแล้ว จะเห็นได้ว่าพิธีนี้เป็นการสวดเพื่อให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นเห็นความเป็นจริงของชีวิตว่าไม่มีใครหลบหนีความตายได้พ้น ฉะนั้นให้รีบเร่งทำแต่ความดีเสียตั้งแต่วันนี้ แล้วครั้งหน้าหรีดมาลาจะมาอธิบายถึงเรื่องราวของและลำดับขั้นตอนของ “พิธีฌาปนกิจ” กันนะคะ